ReadyPlanet.com


คลีนิกกล้วยไม้
avatar
Admin


ให้คำปรึกษาปัญหาเกี่ยวกับการปลูกเลี้ยงกล้วยไม้

เพื่อนๆสามารถทิ้งคำถามไว้ได้ที่นี่ค่ะ



ผู้ตั้งกระทู้ Admin กระทู้ตั้งโดยเว็บมาสเตอร์ :: วันที่ลงประกาศ 2008-12-11 08:06:37



ความคิดเห็นที่ 601 (3346362)
avatar
Pim

 คุณบีคะ พิมเองค่ะ พอไปรับกล้วยไม้มาจากคุณบีเมื่อวาน วันนี้พิมเตรียมเอาขึ้นลวดแขวนในเรือนปลูกแล้วค่ะ ทีนี้อยากถามคุณบีหลายคำถามเลยค่ะ ทนตอบหน่อยนะคะ มือปลูกหัดใหม่ค่ะ 55 ก่อนอื่นขอบอกสภาพเรือนกล้วยไม้ของพิมก่อนนะคะ พิมใช้ระเบียงหินอ่อนในสวนตีเป็นโครงหลังคาขึ้นไปด้วยไม้ระแนงค่ะ และพรางแสงไว้ให้มีแสงส่งตรงเหลือประมาณ 40% รอบๆมีต้นปีป ตาเบบูญ่า ลั่นทมคอยกันแสงแดดแรงๆจากทิศตะวันตกให้ค่ะ และมีลมโกรกตลอดๆค่ะ ส่วนวิธีเลี้ยง ทุกต้นพิมเลี้ยงเป็นรากอากาศค่ะ :) ทีนี้ขอเข้าคำถามนะคะ

1 พิมมีแวนด้าต้นนึงเพิ่งได้มา แต่ว่าเพื่อนที่ให้มาเลี้ยงเค้ามานานแล้วค่ะ อายุน่าจะประมาณประมาณ 18 เดือน ช่อดอกใหญ่ สมบูรณ์ มีดอกประมาณ 10-12 ดอกค่ะ แทงช่อพร้อมๆกันบางครั้ง 2-3 ก้านช่อเลยค่ะ ทีนี้ต้นมันยาวขึ้นเรื่อยๆๆ จนพิมเริ่มเป็นห่วงว่าจะทำยังไงกับเค้าดี เพราะว่าพิมไม่กล้าตัดตรงส่วนเหมือนต้นกลางของเค้าทิ้ง เพราะว่ามันจะมีรากใหญ่ๆหลายรากติดไปด้วยน่ะค่ะ พิมควรทำอย่างไรดีคะ?

2 พิมไม่เคยเลี้ยงแวนด้าเลยค่ะ อยากทราบวิธีขยายพันธุ์แบบง่ายๆที่ไม่ใช่แบบเพราะเนื้อเยื่อน่ะค่ะ เพราะพอมันไม่มีหน่อแตกเหมือนตระกูลอื่นๆ พิมเลยไม่รู้ว่าจะตัดเอาตรงไหนไปชำน่ะค่ะ 

3 คัทลียาที่ได้มาจากคุณบี ดอกใหญ่มากๆๆๆ และหนักด้วยค่ะ ทีนี้เค้าเลยทิ่มๆหัวลง พิมควรหาอะไรช่วยพยุงเค้ามั้ยคะ หรือว่าให้ปล่อยไว้อย่างนั้นคะ

4  ข้อสุดท้ายแล้วค่ะ อิอิ คือตั้งแต่เลี้ยงกล้วยไม้มา ไม่เคยเจออาการแทงช่อ มีดอกตูมขึ้นมาค่อนข้างใหญ่แล้วด้วย แต่ว่าอยู่ดีๆก้านกลายเป็นสีเหลืองและดอกฟ่อหมดเลยค่ะ ทั้งๆที่ระวังเรื่องการรดน้ำโดนดอกค้ามากๆแล้วด้วย ไม่ทราบว่าเกิดจากอะไรคะ และพิมควรทำยังไงดีคะ เสียใจมากเลย เพราะว่าต้นนี้เพิ่งแทงช่อออกมาครั้งแรก...ยังไม่ทันได้เห็นดอกเค้าเลย T.T 

 

ขอบคุณคุณบีมากๆนะคะ ต้องรบกวนขอคำแนะนำด้วยนะคะ :) 

ผู้แสดงความคิดเห็น Pim วันที่ตอบ 2012-10-20 12:46:48


ความคิดเห็นที่ 602 (3346369)
avatar
บี

 สวัสดีค่ะ คุณพิม

โรงเรือนของคุณพิม  ตามที่ได้ลองจินตนาการ  สภาพแวดล้อมดีทีเดียวค่ะ  น่านั่งเล่น ^-^

ตอบคำถามเลยนะคะ

ข้อ 1 และ ข้อ 2 เหมาตอบรวมเลยนะคะ

สำหรับแวนด้า  เมื่อต้นสูงมากๆ เราจะทำการทำสาวค่ะ  ชื่อวิธีการดูแปลกมั๊ยคะ?

ทำสาว ก็คือ การตัดยอดค่ะ  ซึ่งเป็นวิธีการขยายพันธุ์ไปในตัวด้วยนะคะ

เราจะตัดโดยกะประมาณ  จากยอดลงมา  30-40 ซม.  หรือ ซัก 1 ศอกกว่า  ให้ติดรากมาบ้าง  จะได้ฟื้นตัวเร็ว

เมื่อตัดแล้วก็ทาปูนแดงที่แผล  ต้นเดิมก็แขวนไว้ที่เดิม  ซึงต้นเดิม หรือตอนี้จะแตกตะเกียง หรือ หน่อใหม่ออกมา  

เมื่อหน่อใหม่ใหญ่ก็ตัดไปปลูกได้อีก  

ส่วนยอดที่ตัดนั้นก็นำไปปลูกใหม่  ใส่ในกระเช้า หรือ กระถาง รดน้ำ-ใส่ปุ๋ย เหมือนต้นอื่นๆ 

ช่วงแรก เลือกสถานที่ไว้ร่มหน่อยก่อนก็ได้ เหมือนอนุบาล  พอรากออกมาเกาะกระถางดีแล้วก็ขยับมาที่เดิม

พอรากเกาะกระถางดี ไม่นานก็จะได้เห็นดอกค่ะ

ข้อ3  คัทลียา  ดอกใหญ่  บางท่านก็จะนำลวดไปพันค่ะ  แต่ถ้าบีแนะนำ  พยายามอย่าย้ายที่

ให้เค้าอยู่ที่เดิม  ไม่ต้องดาม  เพราะว่าก้านค่อนข้างเปราะ  บางทีไปจับๆ  แล้วจะหักได้ง่ายค่ะ 

ปล่อยเค้าบานตามธรรมชาติเลยค่ะ

ข้อ4  น่าจะโดนแมลงทำลายค่ะ  ต้องสังเกตว่าอาการเป็นแบบไหน  ถ้าตูมเป็นรอยเหมือนไหม้ ก็จะเป็นจากเพลี้ยไฟ

หากดอกฝ่อเละ จะเป็นจากตัวไอ้ฮวบ   แต่บีก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่าอาการเป็นแบบไหน  ลองดู หรือ ส่งรูปมาทางเมลให้บีดูด้วยก็ได้ค่ะ

ยินดีที่แวะมาค่ะ  ขอบคุณมากๆค่ะ 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น บี (orataib9-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-10-20 15:49:14


ความคิดเห็นที่ 603 (3346838)
avatar
ice\\\"9923

     เขาแกะ รากเน่า ยอดเน่า แล้วก็ค่อย ๆ ตายในที่สุด....รบกวนผู้รู้ช่วยตอบให้ด้วยว่าเกิดจากสาเหตุอะไร และวิธีการแก้ไขอย่างไร.....ขอบคุณครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น ice\\\"9923 วันที่ตอบ 2012-10-25 19:47:24


ความคิดเห็นที่ 604 (3346924)
avatar
บี

 สวัสดีค่ะ คุณice

สำหรับเขาแกะ  ควรปลูกพรางแสงประมาณ 60%  เครื่องปลูกไม่อมน้ำเช่น ถ่าน หรือ เกาะขอน 

นิยมปลูกแขวน  ที่ลมโกรก  หรืออากาศถ่ายเทดี

การที่รากเน่า  ยอดเน่า สาเหตุน่าจะเป็นเพราะเชื้อรา และ หรือ เชื้อแบคทีเรีย  ซึ่งมีการแพร่ระบาดมากในฤดูฝน

เพราะมีสภาพที่เหมาะสม   เชื้อพวกนี้มีอยู่ในอากาศ   จะเข้าโจมตีกล้วยไม้ 

เราสามารถป้องกันได้โดย  ปลูกไม้ในสภาพแวดล้อมที่อากาศถ่ายเทดี   ความชื้นพอเหมาะ  และ ไม่อยู่ในที่แฉะเกินไป

นอกเหนือจากนี้คือ อาหารเสริมจำพวกที่ช่วยให้กล้วยไม้มีเนื้อเยื่อแข็งแรง  ยากต่อการทำลาย

และฉีดพ่นยาฆ่าแมลง และ ยาฆ่าเชื้อราสม่ำเสมอ

ยินดีที่แวะมาค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น บี (orataib9-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-10-26 18:41:53


ความคิดเห็นที่ 605 (3347042)
avatar
มือใหม่หัดปลูก

คุณบีคะ

ขอรบกวนถามคุณบีว่า  กระถางดินเผา สามารถปลูกเอื้องคำหลวงได้หรือไม่

โดยที่ก้นกระถางใข้กระถางแตกรองก้นกระถางก่อนเสร็จแล้ว ใส่ถ่านกับ กาบมะพร้าวแห้ง โดยอัตราส่วน ถ่าน 2 กาบมะพร้าว 1 ส่วน

สามารถปลูกเอื้องคำหลวงได้หรือไม่  เคยเอาเอื้องคำหลวงติดแผ่นไม้ปรากฎรากไม่เดินเลยคะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น มือใหม่หัดปลูก (ratchanok_nu-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-10-28 11:49:27


ความคิดเห็นที่ 606 (3347065)
avatar
บี

สวัสดีค่ะ คุณมือใหม่หัดปลูก 

สามารถปลูกได้ค่ะ  ก้นกระถางไม่ต้องใช้กระถางแตกรอง  ปล่อยเปลือยเพื่อให้ระบายน้ำได้สะดวก

เครื่องปลูกใช้ถ่าน ก้อนพอประมาณ  กาบมะพร้าวไม่จำเป็นต้องใส่ก็ได้  หรือจะใส่ก็แช่น้ำแล้วบีบหมาดค่อยนำมาใส่

ปลูกอย่าให้ลึกเกินไป  เพราะจะทำให้แทงหน่อยาก 

ช่วงแรก ต้องการให้ออกรากเร็ว แนะนำให้ฉีดพ่นสารเร่งรากพร้อมกับปุ๋ยสัปดาห์ละครั้งช่วงเช้า

รดน้ำเช้าเย็น แดดรำไร

ยินดีที่แวะมาค่ะ ^-^

 

ผู้แสดงความคิดเห็น บี (orataib9-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-10-28 14:12:29


ความคิดเห็นที่ 607 (3347161)
avatar
ice_9923

ขอบคุณครับคุณ บี สำหรับคำแนะนำความคิดเห็นที่ 604 และขอรบกวนอีกครั้ง อาหารเสริมจำพวกที่ช่วยให้กล้วยไม้มีเนื้อเยื่อแข็งแรง  , ยาฆ่าแมลง และ ยาฆ่าเชื้อรา ยี่ห้ออะไร และมีวิธีการใช้อย่างไรขอรบกวนด้วยครับ...มือใหม่จริง ๆ แต่ชอบ

ผู้แสดงความคิดเห็น ice_9923 วันที่ตอบ 2012-10-29 15:34:08


ความคิดเห็นที่ 608 (3347226)
avatar
nok

 ว่านหางช้างมีราเม็ดผักกาด
ใช้ยาอะไรคะ??

ผู้แสดงความคิดเห็น nok วันที่ตอบ 2012-10-30 16:52:23


ความคิดเห็นที่ 609 (3347368)
avatar
บี

 สวัสดีค่ะ คุณ ice 

ขอขยายความเพิ่มเติมดังนี้ค่ะ 

สำหรับสารใส่ให้กล้วยไม้มีเนื้อเยื่อที่แข็งแรง  ได้แก่ แคลเซียมโบรอน และ ไคโตซาน 

ยาฆ่าแมลง  ทั่วๆไป บีจะแนะนำไซเปอร์เมททริน  กรณีที่ฉีดเพื่อป้องกัน  

ยาฆ่าเชื้อรา  ได้แก่  ออโธ่ไซต์ , คาร์เบนดาซิม , แมนโคเซบ

วิธีการอ่านตามฉลากค่ะ  

หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บทความหน้าแรกซ้ายมือค่ะ


คุณ nok คะ

สำหรับราเมล็ดผักกาด  สามารถใช้ยาไวตาแวกซ์  และงดน้ำซัก 2-3 วันค่ะ


ยินดีที่แวะมาค่ะ

^-^

ผู้แสดงความคิดเห็น บี (orataib9-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-11-01 12:37:39


ความคิดเห็นที่ 610 (3347383)
avatar
แอ๊ด ราชบุรี

สวัสดีครับ คือผมเลี้ยงฟ้ามุ่ยยุต้นหนึ่งมันออกดอกสวยมาก แต่ผม นึกพิ เลน เอาดอกกล้วยไม้ตระกูลหวายไปชนกันกับเกสรของดอกแวนด้าหลังจากนั้นมันก็ไม่ออกดอกอีกเลยนี่ก็ 3 ปีมาแว้วว ผมจะทำไงดีครับ 

   

คือ 

ผู้แสดงความคิดเห็น แอ๊ด ราชบุรี (addrawin_kodomo-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-11-01 16:21:49


ความคิดเห็นที่ 611 (3347388)
avatar
บี

สวัสดีค่ะ คุณแอ๊ด

น่าจะไม่ใช่เพราะสาเหตุนั้นนะคะ 

ลองดูสาเหตุอื่นๆอาทิ ระบบราก , แสง ,การเจริญเติบโต , สภาพต้น ฯลฯ  ว่าพอจะมีเหตุอื่นๆบ้างมั๊ย


ยินดีที่แวะมาค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น บี (orataib9-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-11-01 17:45:46


ความคิดเห็นที่ 612 (3347424)
avatar
แอ๊ด ราชบุรี

 ขอบคุงครับ เด๋วผมจะลองดูอีกทีครับ ว่าเปงที่อะไร กัน..^^~

อยากถามอีกอย่างนึงครัง ในเดือนนี้กล้วยไม้บางชนิดจะเริ่มออกดอก เราควรที่จะ ให้ปุ๋ยแบบไหนดีครับ ให้สูตรเร่งดอกจะดี มั้ย ขอบคุงครับ ~^^

ผู้แสดงความคิดเห็น แอ๊ด ราชบุรี (addrawin_kodomo-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-11-02 09:11:22


ความคิดเห็นที่ 613 (3347641)
avatar
สุวรรณา

 กล้วยไม้ฉีดยาแล้วใบเหลือง ทำอย่างไรดีคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น สุวรรณา (mookty_543-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-11-05 20:35:00


ความคิดเห็นที่ 614 (3347642)
avatar
สุวรรณา

 กล้วยไม้ฉีดยาแล้วใบเหลือง ทำอย่างไรดีคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น สุวรรณา (mookty_543-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-11-05 20:40:19


ความคิดเห็นที่ 615 (3347730)
avatar
สุวรรณา

 ตัวฮวบคืออะไรกล้วยไม้ที่บ้านพี่ดอกตูมเน่าพอบี้ดูจะมีหนอนหลายตัว ฉีดยาอะไรดีคะ รบกวนหน่อยนะคะ ขอบคุณค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น สุวรรณา (mookty_543-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-11-07 08:57:08


ความคิดเห็นที่ 616 (3347803)
avatar
บี

 สวัสดีค่ะ คุณแอ๊ด

ขออภัยที่มาช้านะคะ  สำหรับกล้วยไม้  การให้ปุ๋ยสูตรเร่งดอกจะกระตุ้นให้โอกาสออกดอกมากขึ้น

อาหารเสริมจำพวกสาหร่ายทะเล จะช่วยเรื่องขนาดดอก สีสัน และ ความแข็งแรงของก้านช่อได้ด้วยค่ะ 


สวัสดีค่ะ คุณสุวรรณา

สำหรับการฉีดพ่นยา หรือ ฉีดพ่นปุ๋ย  ควรให้ในปริมาณที่พอเหมาะ  หรือดูระบุที่ฉลาก

เพราะไม่เช่นนั้นก็จะเป็นอันตรายต่อต้นกล้วยไม้ได้  แต่ใบเหลืองนั้นต้องดูว่าสาเหตุจากอะไรแน่  

เรื่องตัวฮวบ ตามนี้ค่ะ

บั่วกล้วยไม้ (Orchid midge)   ,  ชื่อวิทยาศาสตร์ :Contarinia sp.        ชื่ออื่นๆ :ไอ้ฮวบ , แมลงวันดอกกล้วยไม้

ส่วนของพืชที่ถูกทำลาย กลีบดอก มักเป็นกล้วยไม้สกุลหวาย

ลักษณะการทำลาย ตัวหนอนจะกัดกินกลีบดอกด้านใน ทำให้กลีบดอกเกิดอาการผิดปรกติ มีผลทำให้ดอกตูมชะงักการเจริญเติบโต บิดเบี้ยว และหงิกงอ  ต่อมาจะมีอาการเน่าเหลือง ฉ่ำน้ำและหลุดล่วงจากช่อดอก  หากพบระบาดรุนแรง ดอกตูมจะหลุดร่วงอย่างรวดเร็วฮวบฮาบ จนเหลือแต่ก้านดอก  จึงเป็นชื่อเรียกว่า "ไอ้ฮวบ"

 การป้องกันกำจัด

1. ใช้วิธีกล โดยทำลายดอกตูมที่มีอาการเน่า ฉ่ำน้ำ หรือแสดงอาการบิดเบี้ยว

2. หากพบมีการระบาดรุนแรง ควรพ่นด้วยสารฆ่าแมลง ไซเพอร์เมทริน / โฟซาโลน (พาร์ซอน 28.75% อีซี) อัตรา 40 มิลลิลิตร / น้ำ 20 ลิตร หรือ คาร์โบซัลแฟน (พอสซ์ 20% อีซี) อัตรา 50 มิลลิลิตร / น้ำ 20 ลิตร กำหนดการพ่น 5-7 วัน /ครั้ง จนกว่าการระบาดจะลดลง

สำหรับเรื่องแมลงศัตรูพืช  มีบทความที่บีลงไว้สามารถหาอ่านได้ที่  http://www.readyorchid.com/orchid/ar8.html


ยินดีที่ทุกท่านแวะมาค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น บี (orataib9-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-11-08 08:37:57


ความคิดเห็นที่ 617 (3347913)
avatar
surachais

 เพลี้ยไฟ กะ ไอ้ฮวบ

สองศัตรูตัวร้ายของช่อดอกกล้วยไม้ ในช่วงปีที่ผ่านมาอากาศแปรปรวนเปลี่ยนแปลงอย่างผิดปกติ ทำให้การระบาดของเพลี้ยไฟกะไอ้ฮวบมีสลับกันตลอดทั้งปี สร้างความเสียหายมากมาย การตรวจพบการระบาดตั้งแต่เนิ่นๆจึงเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันกำจัด หลักในการจัดการก็คือ เราต้องเดินตรวจสวนเองทุกวัน ถ้าตัดไม้เอง กำไม้เองก็ยิ่งดีใหญ่ เพราะเราจะได้พบเห็นปัญหาตั้งแต่เริ่ม การป้องกันกำจัดสามารถทำได้ทันทีทันเหตุการณ์ โดยปกติเพลี้ยไฟกะไอ้ฮวบจะเกิดระบาดทำลายช่อดอกกล้วยไม้ ด้านใดด้านหนึ่งของสวนก่อนจะขยายตัวระบาดไปทั่วทั้งสวน

เราจะพบเพลี้ยไฟบริเวณยอดช่อดอกและในดอกบาน ปลายยอดช่อดอกจะบิดงอ สีดอกจะซีดจาง ชาวสวนบางคนเรียกเพลี้ยไฟว่าตัวกินสี ตามอาการที่เกิดกับกลีบดอก เพลี้ยไฟ เป็นแมลงขนาดเล็กราวๆปลายเข็ม วัยแรกจะมีสีลำตัวขาวขุ่น วัยสองมีสีขาวใส วัยสามสีจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองใส ตัวเต็มวัยมีสีเหลืองเข้ม ขนาดลำตัวยาว 0.8 - 1.0 มิลลิเมตร บริเวณส่วนหลังจะเห็นปีกชัดเจน

ส่วนไอ้ฮวบ จะพบทำลายดอกตูม ดอกตูมจะบิดเบี้ยว มีอาการฉ่ำน้ำ ในหนึ่งดอกตูมอาจจะมีตัวหนอนเป็นสิบตัว ขนาดของหนอนประมาณ 2.0 มิลลิเมตร ลำตัวเรียบลื่น เคลื่อนไหวโดยการดีดตัว หนอนระยะสุดท้ายจะออกมาเข้าดักแด้ในดินหรือวัสดุปลูก

การป้องกันกำจัดด้วยสารกำจัดแมลงควรทำควบคู่กับการตัดช่อดอกในบริเวณที่มีการระบาด 
สำหรับเพลี้ยไฟให้ตัดช่อที่มีดอกบานออก 
โดยเฉพาะไอ้ฮวบแนะนำให้ตัดช่อดอกที่มีดอกตูมในโต๊ะที่ระบาดออกทิ้งให้หมด และตัดทิ้งช่อดอกตูมในโต๊ะถัดมาด้วย ช่อดอกที่ตัดทิ้งจะต้องเก็บใส่ถุงปิดปากถุงให้มิดชิด เอาไปตากแดดหรือเผาทำลาย ห้ามทิ้งไว้บนดินเพราะตัวหนอนจะออกมาเข้าดักแด้ในดิน เป็นตัวแมลงวันขายาวออกมาวางไข่บนช่อดอกอีก เพื่อเป็นการลดจำนวนไข่และตัวหนอนก่อนที่จะใช้สารกำจัดแมลง วิธีนี้จะช่วยให้การกำจัดมีประสิทธิภาพและสามารถยับยั้งการทำลายในระยะเวลาสั้นๆ การระบาดจะไม่กระจายไปทั่วทั้งสวน

ในปัจจุบันบริษัทผู้ผลิตสารกำจัดแมลง ได้จัดแบ่งสารกำจัดแมลงตามกลไกการออกฤทธิ์เป็น 28 กลุ่ม และแนะนำให้ใช้สารกำจัดแมลงสลับกลไกการออกฤทธิ์ เพื่อลดการสร้างความต้านทาน ในหนึ่งช่วงชีวิตของแมลง 30 - 45 วัน ควรใช้สาร 5 - 6 กลุ่มสลับกัน

ในที่นี้จะขอแนะนำสารกำจัดแมลงที่มีประสิทธิภาพ กลุ่มของสารและกลไกการออกฤทธิ์

กลุ่ม 4 เอ นีโอนิโคตินอยด์ (กระตุ้นจุดรับนิโคตินิคอะเซททิลโคลีน ระบบประสาท)

เอ็น-ไนโตรกัวนิดิน.......อิมิดาโคลพริด........ไทอะมีโทแซม........โคลไทอะนีดิน........ไดโนทีฟูแรน
เอ็น-ไซยาโนอะมิดิน.......อะเซททามิพริด.......ไทอะโคลพริด

เป็นสารดูดซึมทั้งกลุ่ม ในกรณีที่มีการระบาดรุนแรงให้ใช้สารกลุ่มนี้ 2 ครั้งต่อเนื่องกัน
(สารกลุ่มนี้เดิมทีจำแนกตามสารเคมีเป็น 3 generation
คลอโรนิโคตินิล.........อิมิดาคลอพริด.....อะเซทามิพริด.....ไทอะคลอพริด
ไนโตรกัวนิดิน............ไทอะมีโทแซม.....โคลไทอะนิดิน
ไนโตรเมทธิลิน..........ไดโนทีฟูแรน
หลังจากการใช้และแมลงสร้างความต้านทานก็มีการศึกษา พบว่าจุดที่แมลงสร้างความต้านทานต่างกันจึงจัดกลุ่มใหม่เป็น 3 กลุ่ม กลุ่มที่ 3 ไนโตรเมทธิลิน .....ไนเทนไพแรม(ไม่มีขายในบ้านเรา)
ใครสนใจตามเข้าไปดูที่ http://www.irac-online.org>>>publication>>>incidence and characterization of neonicotinoid resistance )



กลุ่ม 2 บี เฟนนิลไพราโซล(ขัดขวางการทำงานของGABAทางช่องผ่านคลอไรด์ ระบบประสาท)

.........ฟิโพรนิล.........อีทิโพรล
แมลงที่ต้านทานสารกลุ่มคาร์บาเมท ออแกโนฟอสเฟท ไพรีทอยด์ จะไม่ต้านทานสารกลุ่มนี้


กลุ่ม 1 เอ คาร์บาเมท (ยับยั้งเอนไซม์อะเซททิลโคลินเอสเตอร์เรส ระบบประสาท)

........คาร์โบซัลแฟน..........เมทโธมิล..........ฟีโนบูคาร์บ
........เบนฟูราคาร์บ............ฟอร์มีทาเนท......เมทธิโอคาร์บ


กลุ่ม 1 บี ออแกโนฟอสฟอรัส (ยับยั้งเอนไซม์อะเซททิลโคลินเอสเตอร์เรส ระบบประสาท)

........อะซีเฟท..........ไดเมทโธเอท..........โอเมทโธเอท..........คลอไพรีฟอส
...........ไดอาซิโนน.......อีพีเอ็น..................ฟอสซาโลน...........โปรฟีโนฟ​อส



กลุ่ม 3 เอ ไพรีทอยด์สังเคราะห์ (รบกวนช่องผ่านโซเดียม ระบบประสาท)

........ไบเฟนทริน...............เบต้าไซฟลูทริน..........ไซฮาโลทริน-แอล..........ไซเปอร์เมทริน
........เบต้าไซเปอร์เมทริน...ซีต้าไซเปอร์เมทริน......อีโทเฟนพรอก................​เฟนโพรพาทริน



กลุ่ม 6 อะเวอร์เมคติน (กระตุ้นการทำงานของช่องผ่านคลอไรด์ ระบบประสาทและกล้ามเนื้อ)

........อะบาเมคติน..........อีมาเมคตินเบนโซเอท


กรมวิชาการเกษตรได้ทดลองสารกำจัดแมลงที่ใช้กับเพลี้ยไฟเพิ่มเติม และแนะนำไว้

กลุ่ม 5 สปินโนซิน (เลียนแบบตัวกระตุ้นจุดรับนิโคตินิคอะเซทติลโคลิน ระบบประสาท)

........สปินโนแซด..........สปินเนโทแรม


กลุ่ม 23 เทโทรนิคและเตตรามิค(ยับยั้งเอนไซม์อะเซทติลโคเอคาร์บอกซิเลส ระบบเจริญเติบโต)

........สไปโรมีซีเฟน...........สไปโรไดโคลเฟน..........สไปโรเตตราแมท
กลุ่มนี้คงแล้วแต่ว่าบริษัทจะเน้นวางตัวไหนลงแมลงอะไรต้องติดตาม (ครอบคลุมเหมือนกลุ่ม 4A )

รอบการฉีดสารกำจัดแมลง ทุก 5-7 วัน เริ่มต้นจาก

กลุ่ม 4 เอ.....กลุ่ม 2 บี.....กลุ่ม 1 เอ.....กลุ่ม 6.....กลุ่ม 1 บี.....กลุ่ม 3 เอ

นอกจากเราจะหมุนเวียนกลุ่มสารกำจัดแมลงตามกลไกการออกฤทธิ์ ในแต่ละกลุ่มสารเรายังสลับสับเปลี่ยนตัวสารกำจัดแมลงไม่ให้ซ้ำกันอีกด้วย และแต่ละชนิดให้ใช้ตามอัตราที่แนะนำ

ตัวอย่างการหมุนเวียนกลไกการออกฤทธิ์

ครั้งที่................รอบที่ 1................รอบที่ 2................รอบที่ 3................รอบที่ 4
1. กลุ่ม 4เอ.......อิมิดาโคลพริด.......อะเซทามิพริด.......ไทอามีโทแซม.......ไทอะโคลพริด
2. กลุ่ม 2บี........ฟิโพรนิล...............อีทริโพรล.............ฟิโพรนิล..............อีทริโพรล
3. กลุ่ม 1เอ.......คาร์โบซัลแฟน......เมโธมิล................ฟีโนบูคาร์บ...........เมทธิโอคาร์บ
4. กลุ่ม 6..........อะบาเมคติน..........อีมาเมคติน...........อะบาเมคติน..........อีมาเมคติน
5. กลุ่ม 1บี........อะซีเฟท...............ไดเมทโธเอท.........คลอไพรีฟอส.........อี พี เอ็น
6. กลุ่ม 3เอ......ไซเปอร์เมทริน.......ไบเฟนทริน............ไซฮาโลทริน..........อีโทรเฟนพรอก 

การหมุนเวียนกลไกการออกฤทธิ์ไม่ให้ซ้ำกัน เปรียบเหมือนเราใช้อาวุธต่างกันในการต่อสู้ เช่น หมัดซ้าย หมัดขวา เตะซ้าย เตะขวา เข่าซ้าย เข่าขวา เปลี่ยนไปเรื่อยๆไม่ให้คู่ต่อสู้จับทางได้ ขณะเดียวกันในแต่ละกลไกการออกฤทธิ์มีสารฯหลายตัว ก็เปรียบเหมือนในหมัดซ้าย ก็ยังมีซ้ายตรง แยปซ้าย อับเปอร์คัดซ้าย ฮุคซ้าย ก็เลือกใช้ตามสถานะการณ์ ตามความเหมาะสม 

นี่ก็น่าจะอธิบายได้ว่าทำไมเราต้องรู้ เพื่อใช้ให้ถูกต้อง มีประสิทธิภาพ ไม่ใช้ซ้ำซ้อน และลดการใช้ได้

ผู้แสดงความคิดเห็น surachais (ptpagro-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-11-09 15:03:52


ความคิดเห็นที่ 618 (3347926)
avatar
Mr. Vee

็Hi Khun Surachai,

Thank you very much for the very good detail of insecticide you give to the orchid lovers.

Regards.

Mr. Vee.

ผู้แสดงความคิดเห็น Mr. Vee (equatis-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-11-09 16:27:39


ความคิดเห็นที่ 619 (3347950)
avatar
surachais

 ภาพรวมๆที่นำเสนอไว้คงให้กลุ่มที่ทำเป็นธุรกิจจริงๆเค้าใช้ปฏิบัติ  สำหรับกลุ่มที่ปลูกเลี้ยงไว้เป็นความสุขทางใจทางสายตา  มีไม้หลากหลายไว้รอบบ้าน  แมลงและโรคคงไม่มีข้อยกเว้น  เราก็คงต้องหาต้องเลือกวิธีที่ปลอดภัยมาใช้  ราคาคงต้องยอมจ่ายแพงหน่อย  แลกกับความปลอดภัยและกลิ่นที่เหม็น   

สารกำจัดศัตรูพืชทุกชนิดมีความเป็นพิษ  ค่าความเป็นพิษดูจาก  ค่าLD50(Median  Lethal  Dose) หมายถึง ปริมาณสารพิษที่ทำให้สัตว์ทดลองตาย 50% โดยคิดเป็นน้ำหนักของสารพิษ/น้ำหนักตัว ๑ กิโลกรัม   (มิลลิกรัมสารพิษ/กิโลกรัม)   ปกติจะคิดถึงปริมาณสารพิษที่ได้รับทางปาก (LD 50 acute oral)  ซึมผ่านเข้าทางผิวหนัง (acute dermal)  เพราะฉะนั้นค่า LD 50ยิ่งต่ำมากเท่าไร  แสดงว่าความเป็นพิษยิ่งมากยิ่งอันตรายต่อผู้ใช้

สารกำจัดแมลง  ที่ขอแนะนำมีความเป็นพิษค่อนข้างต่ำแต่ก็ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง
     (ตัวเอน  เป็นชื่ิอสามัญ   ตัวตรงเป็นชื่อการค้าชื่อแรกที่นำเข้ามาขายในบ้านเราและยังคงอยู่ในตลาด  ตัวเลขในวงเล็บข้างท้ายคือค่า LD50)

กลุ่ม 3A  อีโทเฟนพรอก - ทรีบอน (>10,000) เป็นสารไพรีทอยด์ที่น่าจะปลอดภัยสูงสุด  ไม่มี CN และ กลุ่ม Halogen  ในโครงสร้าง  เพราะผู้ผลิตได้ผลิตสูตรที่ใช้สำหรับฉีดบนตัวสุนัขโดยตรง  ดูรายละเอียดบนฉลาก 

กลุ่ม 4A  ไทอะมีโทแซม - แอคทารา (1,563)   โคลไธอะนิดีน - แดนท๊อซ (5,000)  ไดโนทีฟูแรน  -สตาร์เกิ้ล (2,000)  กลุ่มนี้เป็นสารดูดซึมทั้งกลุ่ม  ครอบคลุมแมลงหลากหลายชนิด เช่น เพลี้ยไฟ  เพลี้ยแป้ง  เพลี้ยอ่อน  เพลี้ยกระโดด  เพลี้ยจักจั่น  แมลงหวี่ขาว  ด้วงหมัดผัก  ด้วงหนวดยาว  หนอนเจาะดอก  หนอนชอนใบ  หนอนกระทู้  มวน   ในกรณีที่ระบาดก็ใช้แบบฉีดพ่น  ช่วยแก้ปํญหาได้เร็ว  แต่ถ้าไม่ต้องการให้สารฟุ้งกระจายไปทั่ว  ขอแนะนำสูตรเม็ด  สตาร์เกิล จี  แนะนำให้ใช้กับพวกไม้กระถาง  ใส่แล้วคงออกฤทธิ์ได้นาน ๓๐-๔๕ วัน

กลุ่ม 5  เป็นสารฯที่สกัดจากเชื้อรา  มีความปลอดภัยสูง  บางสูตรแนะนำให้ใช้ในการทำผักปลอดภัยจากสารพิษ  ครอบคลุมศัตรูพืชเหมือนกลุ่ม 4A       สปินโนแซด - ซัคเซส (3,738)      สไปนีโทแรม - เอ็กซอลท์  (>5,000)

สารป้องกันกำจัดโรคพืช

ปกติที่แนะนำให้มีติดบ้านไว้ใช้เป็นการป้องกัน  
กลุ่มออกฤทธิ์แบบสัมผัส  กลุ่มนี้มีข้อดีคือเชื้อราไม่ต้านทานข้ามกลุ่ม  สามารถใช้สลับกันไปมาได้โดยเลือกกลุ่มออกฤทธิ์ดูดซึมมาสลับร่วมด้วย
M3  แมนโคเซป - ไดเทน, เพนโคเซป, เทนเอ็ม (11,200)  โปรปิเนป - แอนทราโคล (5,000)

M4 แคบแทน  -ออโธไซด์ (9,000)   โฟลเพท  (10,000)

M5  คลอโรทาโลนิล - ดาโคนิล (10,000)

กลุ่มอื่นๆเป็นการใช้เฉพาะโรค  เวลามีปัญหาก็ถ่ายรูปแล้วโพสท์พร้อมข้อมูลประกอบ  ก็จะช่วยกันดูเป็นกรณีๆไป

มีปัญหาแล้วแก้ไม่ตกก็แจ้งเข้ามา  เราจะไปหาผู้รู้เข้ามาแก้ปัญหาให้

ผู้แสดงความคิดเห็น surachais (ptpagro-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-11-09 23:23:26


ความคิดเห็นที่ 620 (3347968)
avatar
แอ๊ด.

ขอบคุณครับ คุง บี

ตอนนี้ กล้วยไม้เริ่มจะแทงช่อดอกออกมา เราจะมีการดูแลเรื่อง ให้น้ำ การโดนแดด  อย่างไง บ้าง ครับ.  ( เน้น เรื่องการให้น้ำ)

ขอบคุงครับ...^^~

  และก็อีกอย่าง ครับ ผมปลูกแคทลียา ไว้ มีปัญหา..เกี่ยวกับใบ  คือ ใบจะมี ปุ่มกลม สีน้ำตาลเข้ม ลักษณะเหมือนเป็นเห็บเกาะ อยู่ตามใบ แต่ไม่ฝังยุในเนื้อเยื่อของใบน๊ะครับ  ละลาม..ไปเลื่อยๆ ..พอขูดออก มันก็ ขึ้นมาใหม่ ...ไม่ทราบว่าเปงที่อะไรเอ่ย

ขอคุงสำหรับคำแนะนำ ดีๆๆ อีกทีครับ ^^~..

 

ผู้แสดงความคิดเห็น แอ๊ด. (addrwain_kodomo-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-11-10 11:39:35


ความคิดเห็นที่ 621 (3347994)
avatar
Admin

 สวัสดีค่ะ คุณสุรชัย 

หายไปนานมากเลย  ขอบคุณมากๆเลยนะคะ  ที่แวะมาให้ความรู้เรื่องแมลงและ สารเคมีที่ควรใช้ 

แถมความหมายของศัพท์ที่เข้าใจยากๆ ให้ด้วย  ทำให้ง่ายต่อการอ่าน  และนำไปปฏิบัติ

ขอบคุณมากๆค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin (orataib9-at-gmail-dot-com)ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-11-10 14:53:26


ความคิดเห็นที่ 622 (3348013)
avatar
Admin

 คุณแอ๊ด คะ

กล้วยไม้แทงช่อแล้ว  เรื่องน้ำ และ แดดก็ยังคงตามปกติค่ะ  

ที่สำคัญคือเรื่องแมลง  ช่วงนี้จะมีเพลี้ยไฟระบาดมาก  ควรให้ยากันไว้ก่อนค่ะ

หากไม่รุนแรงมาก  เพียงป้องกัน ก็แนะนำไซเพอร์เมททริน  คุมไว้ก่อน  ฉีดพ่นช่วงแดดร่มตอนเย็น

ตามอัตราระบุฉลาก  

ส่วนเจ้าตัวที่อยู่ที่แคทลียา  หากเข้าใจไม่ผิด น่าจะเป็นเพลี้ยหอย  บีพยายามหาที่เคยตอบไว้ แต่หาไม่เจอเลย  ไม่รู้อยู่หน้าไหน

หากมีไม่เยอะตัดใบ หรือ ลำ ที่เป็นทิ้ง  หรือนำสำลีชุบน้ำเช็ดออก แล้วฉีดพ่นยาฆ่าแมลง พอส + ยาเคลือบใบ  

โดยปกติต้องฉีดยาป้องกันสมำ่เสมอ  เพื่อไม่ให้กลับมาเป็นอีกค่ะ

ยินดีที่แวะมาค่ะ

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin (orataib9-at-gmail-dot-com)ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-11-10 18:07:41


ความคิดเห็นที่ 623 (3348041)
avatar
สุวรรณา

สวัสดีค่ะ คุณบี

ขอบคุณนะคะ ได้ความรู้มากเลยค่ะ 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น สุวรรณา (mookty_543-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-11-11 10:27:55


ความคิดเห็นที่ 624 (3348058)
avatar
แอ๊ด...

 ขอบคุงครับ ... คุงบี

 เ จอคนเก่งอีกคนแล้ว ~^^~

ผู้แสดงความคิดเห็น แอ๊ด... (addrawin_kodomo-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-11-11 15:24:59


ความคิดเห็นที่ 625 (3348264)
avatar
pramet

หวัดดีคับ  คุณบีผมมีเรื่องสงสัยบางอย่างครับ  ว่า  การให้นำ้เช้า เย็นมีผลต่อความยาวช่อดอกไหมคัรบ

คือที่บ้านช่อดอกเริ่มยาวแล้วครับ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น pramet (pramet-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-11-13 22:16:44


ความคิดเห็นที่ 626 (3348407)
avatar
บี

 สวัสดีค่ะ คุณpramet

การให้น้ำเช้า เย็น น่าจะไม่เป็นไรค่ะ  แต่ช่วงเย็นควรเป็นประมาณไม่เกิน 5 โมงนะคะ

ให้ระวังเรื่องแมลง มากกว่า  เพราะหากโดนแมลงจู่โจม  แล้วจะไม่เห็นดอกบาน เศร้าแน่ค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น บี (orataib9-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-11-15 14:13:00


ความคิดเห็นที่ 627 (3348919)
avatar
Prem

 สวัสดีครับ..คุณบี

                   ผมมี่เรื่องขอปรึกษาครับ  คือกล้วยไม้ของผมแตกหน่อและอยู่ในช่วงกำลังเจริญเติมโตของหน่อใหม่ซึ่งเป็นลำหน้าสุดของต้น

แต่บังเอิญกระถางหล่นและทำให้หน่อใหม่ที่ำกำลังเจริญเิติมโตพร้อมที่จะออกดอกมันหัก ผมเลยตัดหน่อใหม่ทิ้งเหลือถึงประมาณโคนต้น

ผมอยากทราบว่ามันยังมีโอกาสที่จะแตกหน่อใหม่อีกมั้ยครับ(เสียดายมาก)     ขอบคุณล่วงหน้าครับ

                                                                                                                       

ผู้แสดงความคิดเห็น Prem (prem25-at-windowslive-dot-com)วันที่ตอบ 2012-11-21 12:00:02


ความคิดเห็นที่ 628 (3348956)
avatar
Mr. Vee

 Hi Khun Prem,

Do not worry , the front shoot that was cut will have a new shoot maybe two . Sure.

However , do not forget to use fungicide to apply the cutting area of the shoot.

Regards.

Mr. Vee.

ผู้แสดงความคิดเห็น Mr. Vee (equatis-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-11-21 18:44:46


ความคิดเห็นที่ 629 (3349942)
avatar
คุณหมู

 สวัสดีครับคุณบี

ขอปรึกษาเรื่่องกล้วยไม้ช้างหน่อยครับ  ปีนี้อากาศไม่หนาวช้างจะออกดอกมั้่ย ที่บ้านผมแทงช่อมาบางต้นแต่ยังเป็นตุ่มสั้น ๆ มีโอกาสที่ช่อจะ

ยาวมั้ย มีวิธีทำอย่างไรบ้าง ตอนนี้ผมฉีดปุ๋ยสูตร 21-21-21 สลับกับสูตร 16-21-27 และยารากับเพลื้ยใช้อยู่ทุกสัปดาห์ ขอคำแนะนำด้วยนะครับ

ขอบคุณมาก

ผู้แสดงความคิดเห็น คุณหมู วันที่ตอบ 2012-12-06 10:57:09


ความคิดเห็นที่ 630 (3349971)
avatar
Poo

ขอปรึกษาเกี่ยวกับกล้วยไม้ช้างหน่อยครับ พอดีช่วงนี้กล้วยไม้ช้างที่เลี้ยงไว้ที่บ้าน มีตัวอะไรมากินแต่ปลายหมวกรากอยู่บ่อยๆครับ ไม่เข้าทำลายกัดกินใบ กินแต่ปลายหมวกรากที่เพิ่งออกมาใหม่ๆ ยาที่ให้ไปแล้ว มี คลอไพริฟอส40, เซฟวิน85, พอสซ์ และมีใส่ลูกเหม็นกระจายตามจุดแขวนกล้วยไม้ไว้ด้วย แต่ก็กลับมากัดกินเฉพาะปลายรากอยู่ สถานที่ปลูกเลี้ยงเป็นแบบเปิดโล่ง มีหญ้าขึ้นนิดหน่อย แต่ก็ถางโล่งเตียนแล้ว ผมมีรูปถ่ายปลายรากที่โดนกัดกินด้วยครับ ถ้าเป็นไปได้อย่าส่งให้ดูด้วยครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น Poo (aparamaputi-at-yahoo-dot-com)วันที่ตอบ 2012-12-06 20:12:10


ความคิดเห็นที่ 631 (3350004)
avatar
บี

 สวัสดีค่ะ คุณหมู 

สำหรับกล้วยไม้ช้าง   สภาพอากาศมีผลต่อการออกดอกค่ะ

ถ้าอากาศเย็นเรื่อยๆ ช่อดอกแทงแล้วจะยาวออกมาเรื่อยๆ  โดยระยะเวลาเพียงไม่นาน

แต่ถ้าอากาศไม่เย็นพอ  ช่อดอกแทงแล้ว  มักจะไม่ยอมยาวเสียที    หรือยืดออกค่อนข้างช้า

ซึ่งต้องลุ้นกับสภาพอากาศปีนี้ดูค่ะ


สวัสดีค่ะ คุณPoo 

มีโอกาสจะเป็นพวกหอยทากมั๊ยคะ ?  ถ้าเป็นพวกหอยทางก็ให้โรยปูนขาว ตามพื้นด้านล่างค่ะ 


ยินดีที่ทุกท่านแวะมาค่ะ 

ผู้แสดงความคิดเห็น บี (orataib9-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-12-07 12:04:06


ความคิดเห็นที่ 632 (3350115)
avatar
ดาว

อยากทราบว่ากล้วยไม้ที่แยกกอ ออกมาแล้วแต่ยังไม่ได้ปลูก ปล่อยไว้ 4-5 วัน ตอนนี้เริ่มมีอาการใบเหลืองแล้วค่ะ  ไม่ทราบถ้าปลูกแล้วมีแววว่าจะรอดบ้างมั้ยคะ  (คือว่าไม่ค่อยมีเวลาค่ะ) รบกวนช่วยตอบด้วยนะคะ  ขอบคุณค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ดาว วันที่ตอบ 2012-12-09 15:40:16


ความคิดเห็นที่ 633 (3350116)
avatar
ดาว

ลืมบอกค่ะว่าเป็นเอื้องมัจฉานุ

ผู้แสดงความคิดเห็น ดาว วันที่ตอบ 2012-12-09 15:42:49


ความคิดเห็นที่ 634 (3350178)
avatar
บี

 สวัสดีค่ะ คุณดาว 

น่าจะรอดนะคะ  ลองปลูกดูก่อนค่ะ 

^-^"

ผู้แสดงความคิดเห็น บี (orataib9-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-12-10 18:44:10


ความคิดเห็นที่ 635 (3350240)
avatar
ดาว

ขอบคุณคุณบีมากๆเลยค่ะ สำหรับคำตอบทำให้มีลุ้นได้บ้าง

ผู้แสดงความคิดเห็น ดาว วันที่ตอบ 2012-12-11 17:06:29


ความคิดเห็นที่ 636 (3350248)
avatar
pramet

 หวัดดีคับคุณ  บี

ตอนนี้ที่บ้านของผมเริ่มอากาศเย็น  ผมสังเกตที่ใบของเขาเเกะเป็นจุดดำๆเล็กๆ  ส่วนที่เป็นลูกผสมต่างๆ  จะเปนจุดสีแดง

เล็กๆกระจายอยู่เช่นเดียวกัน   อยากถามว่าจุดที่ว่านี้มันคืออะไรแต่เบื้องต้นผมฉีดยากันเชื้อราแล้ว  ถ้ายังไงวานคุณบีช่วยตอบหน่อยคับ

จะได้หาวิธีแก้ไขทัน

ผู้แสดงความคิดเห็น pramet (pramet2518-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-12-11 20:26:28


ความคิดเห็นที่ 637 (3350311)
avatar
บี

 สวัสดีค่ะ คุณpramet

หากสะดวก ส่งภาพถ่ายให้บีทางเมลนะคะ  วิเคราะห์แล้วจะรีบตอบค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น บี (orataib9-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-12-12 18:47:11


ความคิดเห็นที่ 638 (3350366)
avatar
ต๋อย..

 ซื้อกล้วยไม่สายเสริตมาได้2ปีกว่าแล้ว มีเกือบ20กระถาง ต้นใหญ่ลำต้นอวบสวยมาก แต่ไม่เคยออกดอกเย ฉีดปุ๋ยฮอร์โมนก็แล้วใส่ปุ๋ยคอสมอสก็แล้วก็ไม่ยอมออกดอก ทำไงดีค่ะ เสียดายซื้อมาแพงมาก ช่วยด้วยค่ะ..

ผู้แสดงความคิดเห็น ต๋อย.. (thefish2cat-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-12-13 12:55:37


ความคิดเห็นที่ 639 (3350424)
avatar
บี

 สวัสดีค่ะ คุณต๋อย 

สำหรับสายเสริต  ที่คุณต๋อยนำมาเพาะเลี้ยงไม่แน่ใจว่าเป็นตัวไหน?

สายเสริตนี้คือกล้วยไม้กลุ่ม Coelogyne   มีอยู่หลายตัวเลย  แต่คนไทยเราชอบรวมเรียกว่าสายเสริต

 ซึ่งบางพันธุ์เป็นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดอยู่บนพื้นที่สูง หรืออากาศเย็น  พอเรานำมาปลูกที่ร้อน ก็จะไม่เห็นดอกค่ะ 

แต่ของคุณต๋อย  อาจจะเป็นพันธุ์ที่ออกดอกได้ทั่วไป  ยังไงรอดูปีหน้าอีกทีค่ะ  อย่าเพิ่งถอดใจ

ส่วนตอนนี้ดูใบไปก่อนค่า ^-^

ผู้แสดงความคิดเห็น บี (orataib9-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-12-14 12:12:50


ความคิดเห็นที่ 640 (3350470)
avatar
ต๋อย..

 คุณบีคะ สายเสริตที่บอกเป็นสายเสริตมาเลค่ะ ซื้อมาจากสงขลาค่ะ นี่มันเข้าปีที่3แล้ว สงสัยเป็นพันธ์ที่งามแต่ใบ จะโล๊ะทิ้งก็สงสารมัน เพราะทรงในกระถางเป็นพุุ่มสวยมาก ก็ปลูกที่เย็นนะคะ เพราะอยู่จ.เชียงใหม่  คอยมานานมาก จะลองดูหน้าหนาวนี้อีกที เพราะอากาศกำลังหนาวเย็นพอดี ขอบคุณนะคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ต๋อย.. วันที่ตอบ 2012-12-15 08:35:22


ความคิดเห็นที่ 641 (3350498)
avatar
pramet

หัดดีครับ  k. บี

จากความคิดเห็นที่  673 อาการดังกล่าวเริ่มยุบไปบ้างแล้วครับ  เอาไว้จะเมลรูปไปให้ดูวันพรุ่งนี้ครับ   ส่วนตอนนี้ไม้ที่ผมสั่งซื้อเข้ามาเมื่อสองสัปดาห์ก่อนรากเริ่มเดินแล้วครับ  อยากถามว่าควรใส่ปู่ยสูตรอะไรคับ  ส่วนใหญ่จะเปนลูกผสมครับ   ส่วนเรื่องน้ำ  ผมให้ลูกชายเขารดทุกเช้าส่วนตอนเย็นรดน้อยกว่าเช้าครับ    และผมมีเรืองถามอีกข้อครับ   คือปลายช่อของช้างเริ่มดำ  แต่ไม่ใช่อาการฝ่อของช่อดอก   มีหลายคนเขาบอกว่าอากาศไม่ค่อยหนาวช่อดอกเลยไม่ยืด คุณบีมีวิธีแก้ไขมั้ยครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น pramet (pramet2518-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-12-15 22:38:16


ความคิดเห็นที่ 642 (3350532)
avatar
ลินลดา

 สวัสดีค่ะคุณบี  พี่มีเรื่องสอบถามเกี่ยวกับกล้วยไม้ดังนี้ค่ะ

๑. แคทที่ซื้อมาจากคุณบี ๑๐ ต้น ตอนนี้โอกาสรอดน่าจะมีแค่ ๑-๒ ต้น เท่านั้นไม่รู้เป็นเพราะอะไร พอได้มาก็นำมาลงปลูกในกระถางดินเผา ใส่แต่ถ่าน  ไม่ได้ใส่กาบมะพร้าวกลัวว่าจะอมน้ำ ตอนแรก รากก็เริ่มเดินดี แต่ตอนนี้ ต้นทำท่าจะไม่รอด (ไม่ยอมแตกหน่อใหม่)

๒. ช้างหลังจากที่แทงช่อแล้ว บางต้นดอกเริ่มบาน เรายังจะต้องรดน้้ำ และให้ปุ๋ยเหมือนเดิมหรือเปล่าค่ะ ถ้าให้ปุ๋ย จะต้องใช้สูตรไหน (สูตรเสมอ หรือว่าสูตรเร่งดอก) แต่ลูกน้องบอกว่า ไม่ต้องรดน้ำหรือใส่ปุ๋ย เพราะจะทำให้เร่งดอก ทำให้ดอกเหี่ยวเร็ว จริงหรือเปล่าค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ลินลดา (linlada_s-at-hotmail-dot-co-dot-th)วันที่ตอบ 2012-12-16 22:12:06


ความคิดเห็นที่ 643 (3350597)
avatar
บี

 สวัสดีค่ะ คุณPramet

สำหรับปุ๋ยแนะนำให้ใส่สูตรเสมอค่ะ  ประมาณ 3 ครั้งสลับ 16-21-27 สัก 1 ครั้ง

ช้างที่ปลายช่อดำ  อาจจะมีสาเหตุจากแมลงรบกวนค่ะ  มักจะเป็นเพลี้ยไฟ 

แนะนำฉีดพ่นยาฆ่าแมลงสม่ำเสมอ ทุกสัปดาห์  ก็จะช่วยได้ และ ให้ไม่เป็นกับต้นอื่นๆ  

"ไซเพอร์เมททริน"  ใช้ได้ค่ะ  ทั้งป้องกัน และ กำจัด


พี่ลินลดาคะ 

สำหรับแคทลียา  สาเหตุน่าจะเป็นมาจากเชื้อเข้าทางราก  ที่ช้ำ หรือ ขาด และแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นๆ 

พวกแคท โดยส่วนมากมักจะมีอาการแบบนี้คือเน่าหลังจากย้ายกระถาง  โดยอย่างยิ่งเฉพาะในฤดูฝน  

ผลมาจากรากที่ขาด หรือที่เราเห็นดำๆ  เมื่อเราย้ายกระถางหรือปลูกใหม่

ควรจะต้องตัดรากที่ขาด ช้ำ หรือเป็นแผล  เหล่านี้ทิ้งให้หมด  ด้วยกรรไกรสะอาด

เพื่อเป็นการป้องกันการติดเชื้อ  และ ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อราอีกทาง  

ปกติเชื้อจะเข้าไปในต้นอยู่ก่อนที่ต้นจะแสดงอาการค่ะ   ลำหน้าอาจจะยังคงออกรากใหม่ให้เห็น

แต่ลำท้ายรากจะเริ่มดำ  และ ลำต้นอาจดำ หรือ เน่าด้วย  เรามักจะมาเห็นเมื่อต้นแสดงอาการแล้ว

ทางจะช่วยได้ก็คือตัดลำท้ายทิ้ง  แล้วป้ายปูนแดงที่แผล  งดน้ำ 2-3 วัน เพื่อให้แผลแห้งสนิท

 

สำหรับช้าง  โดยปกติแล้ว  ในฤดูนี้  ช้างจะได้น้ำจากน้ำค้าง  หรือ หมอกตอนเช้า  ซึ่งจะไม่รดน้ำ หรือเว้นปุ๋ยก็ไม่มีปัญหา

แต่โดยทั่วไป  สามารถรดน้ำ  และ ให้ปุ๋ยได้ตามปกติ  ปุ๋ยแนะนำเป็นสูตรเสมอค่ะ  อาจจะเพิ่มออาหารเสริมอื่นๆก็ได้

ในส่วนปุ๋ยและอาหารเสริมอื่นๆนี้  จะช่วยในเรื่องก้านช่อและดอกให้ใหญ่ และ สีสันงดงามค่ะ 

ที่สำคัญคือ  ควรจะฉีดพ่นสารเคมีกำจัดแมลงสม่ำเสมอ  เพราะช่วงที่ช้างแทงช่อและมีดอกนี้  

มักจะมีแมลงมารบกวน  ทำให้ดอกบานไม่ดี  บางครั้งก้านช่อหงิก  หรือดอกตูมเสีย

ซึ่งทำให้เราพลาดโอกาสดีๆปีละครั้งที่จะได้ชื่นชม ดอกช้างของเราค่ะ 

โดยทั่วไปแนะนำ ไซเพอร์เมททริน  ฉีดพ่นทุก 7 วัน /ครั้ง

และสารเคมีกำจัดเชื้อรา  ออโธ่ไซต์ หรือ แคปเทน  ทุก 7 วัน /  ครั้ง ด้วยเช่นกันค่ะ 


ยินดีที่แวะมาค่ะ   

ผู้แสดงความคิดเห็น บี (orataib9-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-12-17 18:41:06


ความคิดเห็นที่ 644 (3350609)
avatar
ลินลดา

 สวัสดีค่ะคุณบี ขอบคุณค่ะที่ให้คำแนะนำ สำหรับยาท่ี่ฉีดพ่นสารเคมีกำจัดแมลง หากเราไม่ใช้สารเคมี หรือยาฉีดพ่นกันแมลง แต่เราใช้น้ำหมักชีวภาพฉีดพ่นแทนได้หรือเปล่าค่ะ (ไม่อยากใช้ยาพ่นแมลง) เพราะตอนเช้าจะชอบออกมาดมกลิ่นหอมของดอกไม้

ผู้แสดงความคิดเห็น ลินลดา (linlada_s-at-hotmail-dot-co-dot-th)วันที่ตอบ 2012-12-17 21:56:27


ความคิดเห็นที่ 645 (3350651)
avatar
บี

พี่ลินลดาคะ

น่าจะช่วยได้บ้างเช่นกันค่ะ  หรือ  น้ำส้มควันไม้ ก็ช่วยไล่แมลงได้บ้างเช่นกันค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น บี (orataib9-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-12-18 13:26:01


ความคิดเห็นที่ 646 (3351819)
avatar
สุวรรณา

 สวัสดีปีใหม่ค่ะคุณบี ปี2556แล้วขอใหัคุณบีมีสุขภาพแข็งแรง 

อย่าเจ็บอย่าจนค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น สุวรรณา (mookty_543-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2013-01-03 10:02:27


ความคิดเห็นที่ 647 (3351843)
avatar
คุณหมู

 คุณบี

ถ้าจะผสมฮอร์โมนอัลฟา โอเมก้า กับปุ๋ยเกร็ด ต้องลดปริมาณปุ๋ยเกร็ดหรือเปล่าครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น คุณหมู วันที่ตอบ 2013-01-03 21:40:51


ความคิดเห็นที่ 648 (3351849)
avatar
บี

 สวัสดีปีใหม่ค่ะ  คุณสุวรรณา

ขอบพระคุณมากๆนะคะ  เช่นกันค่ะ 

ขอให้คุณสุวรรณาและครอบครัว มีความสุขมากๆ  สุขภาพแข็งแรง ร่ำรวยเงินทองค่ะ 

 


สวัสดีค่ะ คุณหมู

ผสมอัลฟ่า กับปุ๋ยเกร็ด  ไม่ต้องลดปริมาณปุ๋ยเกร็ดค่ะ 


ยินดีที่แวะมาค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น บี (orataib9-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2013-01-03 22:43:02


ความคิดเห็นที่ 649 (3351884)
avatar
คุณหมู

คุณบีครับขอรบกวนอีกนิด

กล้วยไม้ที่เกาะกับต้นไม้ หรือเกาะกับตอไม้มักมีตะไคร่จับที่ราก จะมีวิธีแก้ไขอย่างไร และมียาอะไรที่กำจัดตะไคร่ได้บ้าง รบกวนช่วนแนะนำ

ด้วย ขอบคุณมากครับ 

ผู้แสดงความคิดเห็น คุณหมู วันที่ตอบ 2013-01-04 22:11:06


ความคิดเห็นที่ 650 (3351972)
avatar
บี

 สวัสดีค่ะ คุณหมู

ขออภัยที่หายไปหลายวัน  

ตะไคร่ไม่มาก ก็ไม่เป็นอันตรายนะคะ  พอปล่อยไว้ช่วงอากาศแห้ง  ก็มีโอกาสที่จะแห้งตายไปเอง

สารที่กำจัดตะไคร่ได้  ได้แก่  ไฟซาน  และ ไดยูรอน แต่ก็จะส่งผลต่อต้นกล้วยไม้ด้วยเช่นกัน

หากว่าตะไคร่ไม่รุนแรง  ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ค่ะ

ยินดีที่แวะมาค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น บี (orataib9-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2013-01-09 14:38:44





แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2011 All Rights Reserved.